
ขอขอบคุณช่อง ชินโจโมโตครอส

ขอขอบคุณช่อง ชินโจโมโตครอส


หลักการทำงานของเครื่องยนต์ 4 จังหวะ แบ่งเป็น จังหวะดูด (Suction Stroke) จังหวะอัด (Compression Stroke) จังหวะระเบิด (Power stroke) และจังหวะคาย (Exhaust stroke) โดยมีรายละเอียดดังนี้..

ไอดีคือส่วนผสมของไอระเหยหรือละอองเชื้อเพลิงผสมกับอากาศ ไอดีจะถูกดูดเข้ากระบอกสูบหรือฉีดเข้ากระบอกสูบโดยหัวฉีดในช่วงชักดูด และไอดีจะถูกอัดให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นประมาณ 700-900 องศาเซลเซียส แล้วไอดีถูกจุดระเบิดโดยประกายไฟแรงดันประมาณ 25,000 โวลต์จากเขี้ยวหัวเทียน เรียกช่วงชักนี้ว่าช่วงชักระเบิด หรือ “ช่วงชักงาน”
.. แรงระเบิดทำให้ลูกสูบเลื่อนลง เครื่องยนต์ได้งานในช่วงชักนี้ ทำให้เพลาข้อเหวี่ยงเกิดการหมุน เป็นการเปลี่ยนพลังงานความร้อนเป็นพลังงานกล ช่วงชักคายลูกสูบเลื่อนขึ้น ลิ้นไอดี “ปิด” ลิ้นไอเสีย “เปิด” ไอเสียออกจากกระบอกสูบทางลิ้นไอเสียผ่านท่อไอเสียออกสู่ภายนอก เครื่องยนต์ทำงานครบ 4 ช่วงชัก.
cr:https://www.yamaha-motor.co.th/..%E0%B8%B9%E0%B9%89%
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8….

วันที่ 11 มี.ค.2566 ในโซเชียลมีการแชร์ต่อและวิพากษ์วิจารณ์ รถบบรรทุกพ่วงที่มีการติดแผ่นบังโคลนยื่นออกมามาก และมักจะทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ล่าสุดมีการแชร์ภาพ อุบัติเหตุ ระหว่าง รถ10ล้อพ่วงกับรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย โดยพบว่าตัวของรถพ่วง มีการติดแผ่นบังฝุ่นเลยนอกตัวรถมามาก
โดยหลังจากที่ กู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ทีมงานบายพาสชุด 3 ได้ออกมาโพสต์รายงานอุบัติเหตุของเมื่อวันวันที่ 7 มีนาคม 2566 เวลา 16.42 น. ที่ผ่านมา เกิดเหตุรถ 10 ล้อ กับรถจักรยานยนต์ จนเป็นสาเหตุทำให้พบผู้เสียชีวิต 2 ราย (ชาย-หญิง) ทั้งคู่ถูกเหยียบศีรษะ

ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊ก เพจ รถซิ่ง ไทยเรสซิ่ง-ThaiRacing ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีนี้ จนกลายเป็นวิพากษ์วิจารณ์กัน และมีการแชร์ต่อหลายหมื่นครั้ง ทั้งนี้กรณีของบังโคลนยื่นนั้น ที่ผ่านมาทางตำรวจเคยออกมาระบุไว้แล้วว่า การติดแผ่นบังโคลนที่มีลักษณะล้ำออกมาจากตัวรถ เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ขนส่งทางบก โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.
ที่มา https://www.pohchae.com/2023/03/11/tenwheel-truck-with-fenders/

●เวลาเปลี่ยนแผ่นคลัชเสร็จอย่ารีบปิดฝาข้าง
●ลองบีบคลัชดูให้แน่ใจว่าคลัชจับจริง
●เวลาบีบคลัชแผ่นคลัชต้องแยกจากกัน เวลาปล่อยไม่บีบคลัชแผ่นคลัชจะต้องจับกันแน่นหมุนฟรีไม่ได้
จะหมุนตรงไหนว่ามันหมุนฟรีหรือไม่ฟรี….ให้เอาประแจบล็อกเบอร์ 8 หมุนตรงน๊อตที่ขันสปริงนั่นแหละครับ….ลองบีบมือคลัชถ้าหมุนประแจที่จับตรงน๊อตขันสปริงเวลาหมุนแล้วแผ่นฝามันหมุนฟรีได้ก็คือแผ่นคลัชมันแยกจากกันเป็นอิสระ….แต่พอ เราปล่อยมือบีบคลัช ตัวสปริงจะดันให้ฝาเข้าไปบีบกับแผ่นคลัชแน่นทำให้ชุดคลัชทำงาน
●ถ้าเราเอาประแจบล็อกหมุนน๊อตที่ขันสปริงตัวฝาจะไม่สามารถหมุนได้เพราะสปริงมันกดแน่น(ข้อสำคัญเมื่อมันหมุนฟรีไม่ได้
●อย่าฝืนหมุนเข้าไปอีกนะครับเดียวเสาหลักสำหรับยึดน๊อตหัก)……แต่ถ้าปล่อยมือบีบคลัชแล้วฝาปิดแผ่นคลัชยังหมุนฟรีได้อีกจะต้องแต่งก้านดันฝาข้างในนะครับ มันยาวมาดันฝาบีบคลัชทำให้ฝาคลัชไม่สามารถกดแผ่นคลัชได้ เราอาจปรับแต่งได้ตรงน๊อตด้านฝาปิดสเตอร์หน้าจะเห็นมีน๊อตตั้งอยู่ มันจะตั้งตัวคันโยกดึงคลัชสามารถตั้งได้นิดหน่อย
●แต่หากรถของคุณเปลี่ยนแผ่นคลัชเข้าไปอย่างเดียวน่าจะใช้งานได้เลยนะครับ เพราะแผ่นคลัชใหม่มันจะหนากว่าเดิมทำให้คลัชจับแน่นขึ้น
ชุดคลัชของ rx-s ใช้กันได้ทั้งหมดครับ เพราะผมเคยถอดของ rx-s มาใช้กับ dt100 แล้ว
ขอขอบคุณ..-ได้รับการอนุญาตนำมาเผยแพร่แล้ว จากท่าน อ.ศุภนันท์ รอดมีบุญ (ผู้เขียนบทความ)
-https://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=368398&page=1#.ZAVdXh_P3QU (หน้าข้อมูล)










เทคนิคอย่างหนึ่งในการเอาสกูรออกก็คือเอาส่วนก้านไขควงใส่ไปบนหัวสกรู แล้วเอาฆ้อนตอกลงบนหัวก้านไขควง เคาะ ให้มันรู้ตัวก่อน เพราะบางทีรูน้อตมันเป็นสนิมหรือเศษผงจับแล้วถึงเอาหัวตอกใส่แล้วตอกมันจะออกง่าย……ในกรณีไม่มีไขควงตอก เป็นไขควงธรรมดาแต่เป็นแบบตอกได้ก็เหมือนกันเอาฆ้อนตอกแล้วขันจะขันง่ายหัวสกูรไม่เสีย หรือเรียกว่าหัวมันเสียทีนี้แหละจะปวดหัวกว่าเดิม… …..จะเอาสกูรตัวไหนออกให้ตอกเคาะให้มันรู้ตัวก่อนนะครับ…….












ขอขอบคุณ..-ได้รับการอนุญาตนำมาเผยแพร่แล้ว จากท่าน อ.ศุภนันท์ รอดมีบุญ (ผู้เขียนบทความ)
-https://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=368398&page=1#.ZAVdXh_P3QU (หน้าข้อมูล)


แม้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะเป็นที่นิยมใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลาย แต่บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่หลายรายในปัจจุบันเริ่มคิดค้นหาแนวทางการผลิตแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ขึ้นมา เพื่อแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่มีจุดอ่อนเรื่องความเปราะบาง เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และราคาที่ปรับสูงมากขึ้นตามความต้องการใช้งาน จึงเกิดการพัฒนาแบตเตอรี่รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์สิ่งแวดล้อมและปลอดภัยกว่าเดิม และขณะนี้ แบตเตอรี่โซเดียมไอออน กำลังก้าวขึ้นมาโดดเด่นในปี 2566
แบตเตอรี่โซเดียมจึงเริ่มถูกนำมาปัดฝุ่นได้รับการพัฒนาอย่างแพร่หลาย เพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ที่มีอยู่ทั่วโลกอย่างน้ำทะเล
ภายใต้การพัฒนาอันยาวนานล่าสุดทีมวิจัยจาก University’s School of Chemical and Biomolecular Engineering ก็ประสบความสำเร็จในการเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่แบตเตอรี่เกลือ โดยการเพิ่มกำมะถันเข้าไปในวงจรทำให้เกิดกระบวนการ Pyrolysis จากขั้วไฟฟ้า ช่วยยกระดับศักยภาพของแบตเตอรี่พลังงานเกลือให้ใช้งานจริงได้ในที่สุด..

แบตเตอรี่ที่ประสบความสำเร็จนี้คือ แบตเตอรี่โซเดียมซัลเฟอร์ ซึ่งมีความจุสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดเดียวกันถึง 4 เท่า โดยยังสามารถรักษาความจุสูงสุดของเซลล์พลังงานในแบตเตอรี่ไว้ได้แม้ผ่านการชาร์จไปมากกว่า 1,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่สำหรับแบตเตอรี่ซึ่งมีส่วนประกอบของโซเดียม และถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของวงการ
โซเดียมเป็นโลหะอ่อน ๆ ที่อยู่ในกลุ่มโลหะแอลคาไลน์ (Alkaline) มีลักษณะเป็นของแข็งสีเงิน มีคุณสมบัติสำคัญ คือ เป็นตัวนำความร้อนและไฟฟ้าได้ดี ไม่เป็นพิษ มีความเสถียรต่อความร้อนและความเย็น และเมื่อนำมาผลิตเป็นแบตเตอรี่จะสามารถชาร์จไฟฟ้าได้เร็ว มีความหนาแน่นของพลังงานที่สูง ประกอบกับปัจจัยต้นทุนการผลิตแบตเตอรี่โซเดียมไออนที่มีต้นทุนต่ำกว่าแบตเตอรรี่ลิเธียมไอออน จึงเป็นแบตเตอรี่ทางเลือกใหม่ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะการผลิตแบตเตอรี่เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์
ปัจจุบัน บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่หลายๆ แห่งหันมาผลิตและจำหน่ายแบตเตอรี่โซเดียมไอออน เช่น บริษัท CATL ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่ให้แก่ Tesla และ Volkswagen ได้ออกมาเปิดตัวแบตเตอรี่โซเดียมไอออนที่สามารถชาร์จได้ 80% ภายในระยะเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น
ทั้งนี้ ผู้ผลิตอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขจุดอ่อน ได้แก่ ขนาดของแบตเตอรี่ที่ใหญ่ และปัญหาของเซลล์ไฟฟ้าเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็วหลังการใช้งานเพียงไม่นาน อย่างไรก็ดี แบตเตอรี่โซเดียมไอออนไม่เพียงใช้กับรถยนต์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังใช้กับการขนส่งไฟฟ้าได้หลากหลายรูปแบบ ปัจจุบันได้เริ่มใช้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) บางส่วนด้วยแล้ว.
อีกหนึ่งข้อดีของแบตเตอรี่ที่ผลิตจากโซเดียมคือ การไม่ประสบปัญหาจากอุณหภูมิแบบเดียวกับที่เกิดในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ปฏิกิริยาไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ที่ใช้เกลือเป็นวัตถุดิบสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในอุณหภูมิหนาวเย็น จึงไม่จำเป็นต้องกังวลการใช้งานแบตเตอรี่ในสภาพอากาศสุดขั้วอีกต่อไป..

นี่จึงเป็นเหตุผลให้นักวิจัยจำนวนมากให้ความสนใจพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมเกิดขึ้นมามากมายจากทั่วโลก
ปัจจุบันการพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไม่ได้มีเพียงแบตเตอรี่โซเดียมซัลเฟอร์อย่างเดียวแต่เกิดขึ้นในหลายภาคส่วน เช่น ในรัสเซียมีการคิดค้นแบตเตอรี่โซเดียมไอออนขึ้นมา หรือแม้แต่ในประเทศไทยยังมีการพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียมไอออนจากแร่เกลือหิน ที่อาจช่วยผลักดันให้เราเป็นศูนย์กลางในการผลิต EV ได้ในอนาคต.
cr:https://globthailand.com/%E0%B9%81%E0%B8%..
https://www.posttoday.com/post-next/innovation/688765
https://www.google.com/..0%B9%81%E0%B8%9A%E0..


เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (Two-stroke engine ) คือเครื่องยนต์ที่ทำงาน 2 ช่วงชัก คือ..
●ช่วงชักที่ 1 คือช่วงชักดูดกับอัด และ
●ช่วงชักที่ 2 คือช่วงชักระเบิดและคาย
และเครื่องยนต์ 2 ช่วงชักจะไม่มีวาล์วเปิดปิดไอดีไอเสีย แต่จะใช้ลูกสูบเป็นตัวเปิดปิดไอดีไอเสียแทน ซึ่งเครื่องยนต์ 2 ช่วงชักจะทำงานรอบจัดกว่าเครื่องยนต์ 4 ช่วงชัก และการเผาไหม้ก็มีประสิทธิภาพด้อยกว่าด้วย
ช่วงชักที่ 1
ดูด/อัด:ลูกสูบเคลื่อนที่ลงจากศูนย์ตายบนสู่ศูนย์ตายล่าง ในขณะที่ลูกสูบเคลื่อนที่ลงมานั้นจะทำให้ช่องพอร์ตไอดีเปิดไอดีถูกอัดจาก ห้องแคร้งค์ผ่านเข้ามาบรรจุในห้องเผาไหม้ ในตอนนี้ช่องพอร์ตไอเสียจะเปิดออก ด้วยเชื้อเพลิงที่เข้ามาจะช่วยขับไอเสียจากการเผาไหม้ด้วย ในการทำงานดังกล่าวเพลาข้อเหวี่ยงทำงาน1/2 รอบ (ครึ่งรอบ)

ช่วงชักที่ 2
ระเบิด/คาย:ลูกสูบจะเคลื่อนที่ขึ้นจากศูนย์ตายล่างขึ้นสู่ศูนย์ตายบน ทำ ให้ช่องพอร์ตไอดีและพอร์ตไอเสียปิด จึงอัดเอาเชื้อเพลิงให้มีปริมาตรเล็กลงในห้องเผาไหม้ หัวเทียนส่งประกายไฟจุดระเบิดเชื้อเพลิง ลูกสูบเคลื่อนที่ลงเพราะแรงระเบิด ทำให้ลูกสูบอัดเชื่อเพลิงในห้องแคร้งค์แล้วถูกอัดเข้ามาเมื่อลูกสูบเคลื่อนที่ลงจนพอร์ตไอดีและพอร์ตไอเสียเปิดเชื้อเพลิงจะขับไล่ไอเสียออกด้วย เพลาข้อเหวี่ยงหมุนครบ 1 รอบ พอดี.

เครื่องยนต์ 2 จังหวะ ( 2 Cycle Engine )
เครื่องยนต์ 2 จังหวะ (Cycle Engine) เป็นเครื่องยนต์แบบง่าย การทำงานและชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ มีความยุ่งยากน้อยกว่าเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ การนำเอากาศดีเข้าไปในกระบอกสูบและปล่อยอากาศที่เกิดจากการเผาไหม้ออกจากกระบอกสูบเกิดขึ้นโดยการเปิดและปิดของลูกสูบเอง เครื่องยนต์ชนิดนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีลิ้นและกลไกเกี่ยวกับลิ้น
ลักษณะของเครื่องยนต์ 2 จังหวะ มีดังนี้
1. อ่างน้ำมันเครื่องปิดสนิท แต่เครื่องยนต์บางแบบมีช่องให้อากาศหรือไอดีเข้าเพื่อผ่านขึ้นไปในกระบอกสูบ
2. ไม่มีเครื่องกลไกของลิ้น ลูกสูบจะทำหน้าที่เป็นลิ้นเอง
3. กระบอกสูบอยู่ในลักษณะตั้งตรง
4. มีช่องไอดี (Inlet Port) เป็นทางให้อากาศเข้าไปภายในกระบอกสูบ โดยอาจจะมีเครื่องเป่าอากาศช่วยเป่าเข้าไป
5. มีช่องไอเสีย (Exhaust Port) เป็นทางให้อากาศเสียที่เกิดจากการเผาไหม้ออกไปจากกระบอกสูบ
สัดส่วนความอัด (Compression Ratio) อัตราส่วนระหว่างปริมาตรภายในกระบอกสูบเมื่อลูกสูบอยู่ที่จุดศูนย์ตายล่างกับปริมาตรภายในกระบอกสูบ เมื่อลูกสูบอยู่ที่ศูนย์ตายบนสัดส่วนความอัดของเครื่องยนต์มีความสำคัญมากเพราะมีความสัมพันธ์กับชนิดและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะนำไปใช้
เครื่องยนต์เบนซินจะมีสัดส่วนความอัดอยู่ระหว่าง 5.5/1 ถึง 8/1 สำหรับเครื่องยนต์ดีเซลนั้น น้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกฉีดเข้าไปในกระบอกสูบหลังจากที่อากาศถูกอัดแล้ว สัดส่วนความอัดอยู่ระหว่าง 14/1 ถึง 18/1
ขอบคุณhttps://www.google.com/..E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B..