เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ฉายา “น้าเครา”หนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก (โมโตครอส) ระดับแนวหน้าของประเทศไทย

Anuchit Suwanarat ผู้เรียบเรียง รวบรวมบทความ

หากพี่ๆน้องๆท่านใดพอมี ประวัติ ของน้าๆนักแข่งรถโมโตครอส กรุณาส่งมาได้ที่ผม https://web.facebook.com/anuchit.suwanarat หรือในคอมเม้นท์ https://pantip.com/topic/43932312 หรือที่ ชมรมคนรักรถวิบากวินเทจไทยแลนด์ ก็ได้ครับ .. ด้วยความขอบพระคุณล่วงหน้าครับ.

เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตยุคเก่ารู้จักกันดีในฉายา “น้าเครา” คือหนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก (โมโตครอส) ระดับแนวหน้าของประเทศไทยในช่วงยุคทอง (ปี 70s – 80s) ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันโมโตครอสได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย..

เส้นทางในวงการโมโตครอส

  • สังกัดทีม: ท่านเป็นนักแข่งสังกัด ทีมยามาฮ่า (Yamaha) ซึ่งในยุคนั้นยามาฮ่าถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีนักแข่งฝีมือฉกาจมากมาย
  • เพื่อนร่วมรุ่น: ท่านเติบโตและสร้างชื่อเสียงมาพร้อมกับยอดนักบิดระดับตำนานอย่าง อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล ซึ่งทั้งสามคนถือเป็น “บิ๊กทรี” ของวงการรถวิบากในยุคนั้นที่แฟนความเร็วต้องรู้จัก
  • รถคู่ใจ: หนึ่งในรถแข่งที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านคือ Yamaha YZ125 (โดยเฉพาะโมเดลปี 1978 ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมาก) ซึ่งเป็นรถที่โดดเด่นทั้งเรื่องน้ำหนักและพละกำลังในสนามทางฝุ่น

จุดเด่นและสไตล์การขับขี่

  • “น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ เป็นนักแข่งที่มีความเก๋าเกมและมีลีลาการขับขี่ที่ดุดัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมสนามทางฝุ่นทั่วประเทศ
  • ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสกีฬารถวิบากให้กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่มียอดผู้ชมล้นหลามในทุกสนามที่จัดแข่งขัน

สมัยนั้น นักแข่งรุ่นเดียวกันกับ เฉลิมศักดิ์ทองแย้ม มีแช่มทองคุณเกต, ฉลามอินโสภา, วัชระปัญจมูล, เบิร์ดหนองแขม, อรรณพขำสมบัติ, จอนอิสราม, อดิเรกแซ่ลิ้ม, คริสมาสวิไลโรจน์, ณรงค์อยู่สุข,หมูคาวา,อ๊อด อยู่พิมาย, ..สมัยก่อนใช้รถยามาฮ่าดีที100-125มากที่สุด

รองมา ใช้รถซูซูกิทีเอส100-125 ตอนหลังมามีรถแข่งหม้อน้ำมานิยมใช้มากขึ้น เป็นรถยามาฮ่าYZ125(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณ ศรชัย อานิล)


ประวัติการแข่งขันของ คุณเฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือ “น้าเครา” ในวงการโมโตครอสไทยนั้น ท่านถือเป็นตัวหลักของ ทีมโรงงานยามาฮ่า (Yamaha Factory Team) ในช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ซึ่งเป็นยุคที่โมโตครอสเฟื่องฟูที่สุดในประเทศไทย

นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับรถแข่งคู่ใจและเกียรติประวัติในยุคนั้น..

1. รุ่นรถแข่งในตำนาน (The Machines)

ในฐานะนักแข่งสังกัดทีมยามาฮ่า ท่านได้ใช้รถตระกูล YZ Series ซึ่งเป็นรถสูตร (Production Racer) ที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยรุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ..

  • Yamaha YZ125E (โมเดลปี 1978): นี่คือรถรุ่นที่สร้างชื่อให้ท่านอย่างมาก เป็นรถ 2 จังหวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและน้ำหนักเบา โดยมีเอกลักษณ์คือถังน้ำมันทรงมนและระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monoshock ยุคแรก
  • Yamaha YZ125 และ YZ250 (รุ่นต่างๆ ในยุค 80): ท่านขยับไปเล่นในรุ่นความจุที่สูงขึ้นตามลำดับการแข่งขัน รถในยุคนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมาเป็น ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled) และมีระบบวาล์วไอเสีย YPVS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของยามาฮ่าในขณะนั้น

2. ทำเนียบแชมป์และผลงาน (Championship & Legacy)

แม้ในยุคนั้นการบันทึกสถิติอาจไม่ละเอียดเท่าปัจจุบัน แต่ชื่อของ เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ถูกบันทึกไว้ในฐานะ “บิ๊กทรี (Big 3)” แห่งยุคทองของโมโตครอสไทย..

  • 3 ยอดฝีมือทีมยามาฮ่า: ท่านเป็น 1 ใน 3 นักแข่งที่เก่งที่สุดของค่ายร่วมกับ อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล (แชมป์ประเทศไทย 8 สมัย) โดยทั้ง 3 คนมักจะผลัดกันครองโพเดียมในรายการใหญ่ระดับประเทศ
  • การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Motocross Championship): ท่านเป็นนักแข่งระดับเกรด A ที่คว้าแชมป์สนามและติดอันดับ Top 3 ของประเทศอย่างต่อเนื่องในรุ่น 125cc และรุ่น Open
  • สไตล์การขับขี่: ท่านขึ้นชื่อเรื่องการ “บู๊” และ “ใจถึง” ลีลาการกระโดดเนินที่สวยงามและดุดัน ทำให้เป็นขวัญใจแฟนๆ สนามฝุ่นทั่วประเทศ และได้รับฉายาว่า “น้าเครา” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจนถึงทุกวันนี้

3. เส้นทางหลังอำลาสนาม

หลังจากยุติบทบาทนักแข่งอาชีพ ท่านไม่ได้ทิ้งวงการไปเสียทีเดียว..

  • ครูฝึกและแรงบันดาลใจ: ท่านยังคงให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องในวงการ และมักจะปรากฏตัวในงานรวมตัว “รถวิบากคลาสสิก” (Vintage Motocross) เพื่อย้อนรำลึกความหลังกับเพื่อนร่วมรุ่น
  • ปัจจุบัน: ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยทำเกษตรกรรมและฟาร์มส่วนตัว แต่ชื่อของท่านยังคงเป็นตำนานที่แฟนรถวิบากรุ่นใหญ่พูดถึงเสมอเวลาที่มีการจัดงานรวมรุ่นหรือมีงานรถแข่งวินเทจ
    —————

รถแข่งตระกูล Yamaha YZ ในยุคที่ “น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ครองสนาม (ช่วงปี 1978 – 1985) ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งสำคัญของโลกโมโตครอส จากระบบระบายความร้อนด้วยลมสู่หม้อน้ำ และจากโช้คคู่สู่โช้คเดี่ยว

นี่คือรายละเอียดทางเทคนิคของรถที่เป็น “อาวุธ” หลักในยุคนั้น โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง YZ125 ..

1. ยุคทองของอากาศและโช้คเดี่ยว: Yamaha YZ125E (1978)

รุ่นนี้คือรถที่สร้างชื่อให้น้าเคราอย่างมาก และเป็นรุ่นที่นักสะสมรถวิบากวินเทจถวิลหาที่สุด

  • เครื่องยนต์: 2 จังหวะ สูบเดียว ขนาด 123cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ
  • ระบบไอดี: Reed Valve (รีดวาล์ว 7 พอร์ต) ซึ่งช่วยให้การตอบสนองคันเร่งฉับไว
  • กำลัง: ให้แรงม้าประมาณ 28-30 แรงม้า (ถือว่าสูงมากในยุคนั้นเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว)
  • ระบบเกียร์: 6 สปีด แบบ Close Ratio (อัตราทดชิด) เพื่อให้รถอยู่ในย่านกำลังสูงสุดตลอดเวลา
  • เฟรม: ทำจากเหล็กโครโมลี (Chrome-moly) น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงกว่าเหล็กทั่วไป
  • จุดเด่นเทคโนโลยี: * Monocross Suspension: เป็นยุคแรกๆ ที่ใช้โช้คหลังตัวเดียววางนอนอยู่ใต้ถังน้ำมันยาวไปถึงใต้เบาะ (เรียกว่าโช้คกระบอกยาว) ซึ่งให้ระยะยุบตัวที่มากกว่าโช้คคู่เดิมๆ อย่างมหาศาล
    • น้ำหนัก: เบาเพียงประมาณ 86 กิโลกรัม (Dry Weight) ทำให้คล่องตัวมากในการบินข้ามเนิน

2. ยุคปฏิวัติเทคโนโลยี: Yamaha YZ125 (ช่วงปี 1981 – 1985)

ในช่วงต้นยุค 80s ยามาฮ่าได้ใส่นวัตกรรมที่กลายเป็นมาตรฐานของรถวิบากจนถึงปัจจุบัน:

  • Liquid Cooled (ระบบหม้อน้ำ): เริ่มนำมาใช้ใน YZ125 ตัวแข่งในปี 1981 ช่วยให้เครื่องยนต์รักษาพละกำลังได้คงที่ตลอดการแข่งขันที่ยาวนาน ไม่เกิดอาการ “เครื่องล้า” จากความร้อน
  • YPVS (Yamaha Power Valve System): ถือเป็นไม้ตายของยามาฮ่า เป็นวาล์วที่ช่องไอเสียซึ่งควบคุมด้วยกลไก (ต่อมาเป็นไฟฟ้า) เพื่อปรับขนาดช่องไอเสียตามรอบเครื่องยนต์
    • ผลลัพธ์: ทำให้รถมีแรงบิดดีในรอบต่ำ และมีพลัง “เดินลึก” ในรอบสูง แตกต่างจากรถ 2 จังหวะยุคเก่าที่จะแรงแค่รอบปลายอย่างเดียว
  • ระบบเบรก: เริ่มเปลี่ยนจาก ดรัมเบรก (Drum Brake) มาเป็น ดิสก์เบรกหน้า ในปี 1985 ซึ่งช่วยให้การเข้าโค้งลึกๆ และการชะลอรถทำได้แม่นยำขึ้นมาก

3. เอกลักษณ์ประจำตัว: “โช้คเข็มทอง” และ “คาร์บูฯ แฟลตสไลด์”

นักแข่งระดับตำนานอย่างน้าเครามักจะมีการเซ็ตติ้งรถที่พิเศษกว่ารถเดิมๆ:

  • ระบบช่วงล่าง: ในยุคนั้นนักแข่งทีมโรงงานจะใช้โช้คอัพ Kayaba (KYB) หรือ Ohlins ที่มีการปรับจูนวาล์วภายในเป็นพิเศษ (บ้านเรามักเรียกการปรับแต่งช่วงล่างเทพๆ ว่าการทำ “โช้คเข็ม”)
  • คาร์บูเรเตอร์: มักเปลี่ยนไปใช้ Mikuni หรือ Keihin ปากกว้างพิเศษ เพื่อการจ่ายน้ำมันที่รุนแรงขึ้น

ตารางสรุปเปรียบเทียบ (โดยประมาณ)

คุณลักษณะYZ125E (1978)YZ125 (1985)
การระบายความร้อนอากาศ (Air Cooled)น้ำ (Liquid Cooled)
ระบบพาวเวอร์วาล์วไม่มีมี (YPVS)
ระบบเบรก (หน้า/หลัง)ดรัม / ดรัมดิสก์ / ดรัม
ระบบกันสะเทือนหลังMonocross (วางนอนใต้ถัง)Monocross (Linkage type)
น้ำหนักตัวรถ~86 กก.~88-90 กก.

รถเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็น “สมบัติล้ำค่า” ในวงการ Vintage Motocross ซึ่งราคาสะสมในสภาพสมบูรณ์พร้อมแข่งอาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว.

ขอขอบคุณ..
https://www.youtube.com/watch?v=jEwrc1gRPLU

“ร่วมจารึกตำนานทางฝุ่น! ขอเชิญแบ่งปันประวัติ ‘ฮีโร่โมโตครอสไทย’ ในความทรงจำ”

เรียนเชิญเพื่อนๆช่วยกันส่ง ประวัติ ของน้าๆนักแข่งรถโมโตครอส ในเมืองไทย มากันเยอะๆนะครับ.. ผมจะจัดทำรวมไว้เป็นหมวดหมู่ใน https://www.thaimotocar.com/2023/10/12/thailand-motocross-champion-watchara-panchamoon/ ครับ

“เพราะตำนานมีไว้เล่าต่อ… ร่วมบันทึกประวัติศาสตร์นักบิดโมโตครอสเมืองไทยที่นี่!”

.. สำหรับท่านนักแข่งในตำนานที่ผมได้รวบรวมไว้แล้ว มีดังนี้ครับ..

-จอห์น อิสรัมย์

-สิงห์กุ่ย วัชระ ปัญจมูล
-หมูข้าวหลามตัด

..ยังขาดอีกหลายท่าน ..พี่ๆน้องๆท่านใดพอมี ประวัติ ของน้าๆนักแข่งรถโมโตครอส กรุณาส่งมาได้ที่ผม https://web.facebook.com/anuchit.suwanarat หรือในคอมเม้นท์ https://pantip.com/topic/43932312 ก็ได้ครับ .. ด้วยความขอบพระคุณล่วงหน้าครับ. ❤

“รำลึกยุคทอง! ชวนพี่น้องส่งประวัติ ‘น้าๆ นักแข่งรุ่นเก๋า’ ให้เด็กรุ่นใหม่ได้รู้จัก”

รถวิบากยักษ์ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Kawasaki KLR650 ในกองทัพสหรัฐ

รถวิบากยักษ์ Kawasaki KLR650 ใช้เครื่องยนต์ดีเซลในกองทัพสหรัฐ

———- ———-

Kawasaki KLR650 คือรถมอเตอร์ไซค์สายลุยแนวแอดเวนเจอร์ไบค์จากค่ายยักษ์เขียว Kawasaki ที่หลายคนทราบถึงชื่อเสียงในความอึด ถึก ทน ของมันเป็นอย่างดี และด้วยคุณสมบัติด้านนี้ของมันนั่นเองจึงทำให้กองทัพสหรัฐอเมริกา และในกลุ่มร่วม NATO (องค์การสนธิสัญญาอเมริกาเหนือ) ได้เลือกใช้รถรุ่นนี้เพื่อเป็นยานพาหนะสำหรับกองทัพ

สำหรับข้อกำหนดในเรื่องยานพาหนะที่จะเข้ามาประจำการในกองทัพ NATO ได้นั้นยานพาหนะทุกคันจะต้องสามารถใช้น้ำมันดีเซล หรือไบโอดีเซลได้ในยามสถานการณ์ปกติ และหากเกิดภาวะสงครามพาหนะทุกคนก็ต้องสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องการบิน หรือน้ำมันก๊าด JP8 ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งนี่คือข้อบังคับของยานพาหนะทุกคันในกองทัพตั้งแต่รถถัง ไปจนถึงรถจี๊ปก็ไม่เว้น ซึ่งทุกคันจะต้องผ่านคุณสมบัตินี้ก่อนเป็นอันดับแรก
.. Hayes M1030-M1 หรือ Kawasaki KLR650 ดัดแปลงคันนี้นั้นเป็น KLR ในรุ่นปี 2004 ที่ได้รับการดัดแปลงตัวรถ 2-3 อย่างเพื่อให้ตัวเครื่องยนต์สามารถใช้งานได้กับน้ำมันดีเซลได้ โดยตัวรถ Hayes M1030-M1 จากทางกองทัพจะมาพร้อมกับขนาดเครื่องยนต์ 584 ซี.ซี. แต่ในบางคันจะดัดแปลงให้มีขนาดเครื่องยนต์ 611 ซี.ซี. และถูกขับเคลื่อนด้วยเกียร์แบบ 5 สปีด

สำหรับเครื่องยนต์ของเจ้า Hayes M1030-M1 ได้มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของลูกสูบ และกระบอกสูบใหม่ พร้อมระยะชักที่ 100 มม. x 83 มม. โดยในเครื่องยนต์พิกัด 584 ซี.ซี. จะมาพร้อมขุมพลังที่ 30 แรงม้า และสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 136 กม./ชม. แต่ในรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 611 ซี.ซี. ตัวรถจะมาพร้อมความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 195 กม./ชม.

และนอกจากความเร็วที่สามารถทำได้สูงมากแล้ว NATO ยังได้มีข้อบังคับอีกว่ายานพาหนะจะต้องวิ่งได้ระยะทาง 400 ไมล์หรือประมาณ 643 กม. ต่อน้ำมันเชื้อเพลิง 1 ถัง ซึ่งหมายความว่านอกจากเครื่องยนต์จะต้องทรงพลังแล้ว ตัวรถยังต้องมีถังน้ำมันที่ใหญ่มากอีกด้วย แต่คุณเชื่อหรือไม่ว่าตัวรถอย่าง Hayes M1030-M1 นั้นมีน้ำหนักอยู่ที่ 176 กก. เท่านั้น.

cr: AutoFun Thailand https://adventuremotorcycle.com/bikes/bikes-kawabota-diesel-klr

 

รายได้หรือ “ค่าตัว” ของนักแข่งโมโตครอสอาชีพในอเมริกา บางคนได้300ล้านบาท/ปี

รายได้หรือ “ค่าตัว” ของนักแข่งโมโตครอสอาชีพในอเมริกา (โดยเฉพาะในรายการ AMA Supercross และ Pro Motocross) มีความเหลื่อมล้ำสูงมาก โดยแบ่งกลุ่มรายได้ตามระดับความสามารถและสังกัดทีม ดังนี้..

1. กลุ่มนักแข่งระดับซูเปอร์สตาร์ (Factory Riders – Top Tier)

นักแข่งกลุ่มนี้คือกลุ่มที่อยู่หัวแถวของตาราง เช่น Jett Lawrence, Eli Tomac หรือ Chase Sexton

  • ค่าตัวรายปี (Base Salary): ประมาณ 2 – 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (70 – 175 ล้านบาท) ต่อปี (เฉพาะเงินเดือนจากค่ายรถ เช่น Honda, KTM, Yamaha)
  • โบนัสแชมป์: หากคว้าแชมป์รายการใหญ่ อาจได้โบนัสจากค่ายรถและสปอนเซอร์เพิ่มอีก 1 ล้านดอลลาร์ (35 ล้านบาท) ต่อรายการ
  • รายได้รวม: เมื่อรวมสปอนเซอร์ส่วนตัว (เช่น Red Bull, Monster Energy, Oakley) และการขายสินค้า (Merchandise) นักแข่งอย่าง Jett Lawrence อาจมีรายได้สูงถึง 8 – 10 ล้านดอลลาร์ (280 – 350 ล้านบาท) ต่อปี

2. กลุ่มนักแข่งทีมโรงงานทั่วไป (Factory Riders – Mid Tier)นักแข่งที่สังกัดทีมโรงงานแต่ไม่ได้เป็นตัวเต็งแชมป์ทุกสนาม

  • ค่าตัวรายปี: ประมาณ 200,000 – 500,000 ดอลลาร์ (7 – 17.5 ล้านบาท)
  • รายได้เสริม: จะเน้นไปที่ “เงินรางวัลในสนาม” (Purse Money) และโบนัสจากการขึ้นโพเดียม ซึ่งในปัจจุบันรายการ SuperMotocross (SMX) มีเงินรางวัลสูงมาก

3. กลุ่มนักแข่งอิสระ (Privateers)กลุ่มนี้คือหัวใจของวงการแต่มีรายได้น้อยที่สุด หลายคนต้องหาเงินเองเพื่อมาแข่ง

  • ค่าตัว: ไม่มีเงินเดือนประจำ
  • รายได้หลัก: มาจากเงินรางวัลในสนาม (Purse Money) ซึ่งหากเข้ารอบชิง (Main Event) ได้ในอันดับท้ายๆ อาจได้เงินเพียง 1,500 – 3,000 ดอลลาร์ (50,000 – 100,000 บาท) ต่อสนาม ซึ่งมักจะไม่พอกับค่าเดินทางและค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์

ตารางสรุปเงินรางวัลในสนาม (โดยประมาณปี 2024-2025)

รายการ / อันดับอันดับ 1 (ชนะเลิศ)อันดับ 10อันดับ 20
Supercross (450SX)~$14,000 (5 แสนบาท)~$3,000 (1 แสนบาท)~$2,000 (7 หมื่นบาท)
SMX Playoff (450)$100,000 (3.5 ล้านบาท)$7,500 (2.6 แสนบาท)$4,000 (1.4 แสนบาท)
แชมป์ SMX ประจำปี$1,000,000 (35 ล้านบาท)$75,000 (2.6 ล้านบาท)$25,000 (8.7 แสนบาท)

ข้อน่าสังเกต:

  • ความลับของสัญญา: ค่าตัวนักแข่งโมโตครอสในอเมริกาจะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่แน่นอนเหมือนนักกีฬา NBA หรือ NFL เนื่องจากเป็นสัญญาปิดระหว่างนักแข่งกับค่ายรถ
  • ค่าใช้จ่ายสูง: นักแข่งกลุ่ม Privateer ต้องจ่ายค่าช่าง ค่าอะไหล่ และค่าเดินทางเองทั้งหมด ทำให้หลายคนมีรายได้สุทธิ “ติดลบ” หรือแค่พออยู่รอดเท่านั้น
  • ยุคทองของเงินรางวัล: ตั้งแต่มีการรวมรายการเป็น SuperMotocross World Championship เงินรางวัลรวมพุ่งสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์ ทำให้รายได้นักแข่งแถวหน้าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

การพ่นสีพาวเดอร์ (Powder Coating) คืออะไร? ทนทานกว่าสี2k.จริงหรือ?

++

@raceboyzofficialทำสีฝุ่น Powder Coat มีขั้นตอนอย่างไร? #PowderCoat #นัทยิงทราย♬ เสียงต้นฉบับ – RaceBoyz Official

+++

การพ่นสีพาวเดอร์ (Powder Coating) คือกระบวนการเคลือบผิวโลหะด้วย สีในรูปแบบผงแห้ง แทนการใช้สีเหลว โดยใช้ไฟฟ้าสถิตช่วยให้ผงสีเกาะติดกับชิ้นงาน แล้วนำไปอบด้วยความร้อนจนผงสีหลอมละลาย กลายเป็นฟิล์มสีที่แข็งแรงและเรียบสวย..


หลักการทำงาน

  1. เตรียมผิวชิ้นงาน
    ล้างคราบน้ำมัน สนิม หรือสิ่งสกปรก (มักพ่นทรายหรืออบเคมี)

  2. พ่นผงสี
    ใช้ปืนพ่นไฟฟ้าสถิต ทำให้ผงสีดูดติดผิวโลหะ

  3. อบความร้อน
    อบที่ประมาณ 160–200°C สีจะละลายและแข็งตัวเป็นชั้นเคลือบ

  4. ปล่อยเย็น
    ได้ผิวสีแข็ง เรียบ และทนทาน


ข้อดีของการพ่นสีพาวเดอร์

  • ทนทานสูง ไม่ลอกง่าย ทนรอยขีดข่วนและการกัดกร่อน

  • สีสม่ำเสมอ เรียบสวย ไม่มีปัญหาสีไหลหรือหยด

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีตัวทำละลาย (VOC ต่ำ)

  • ประหยัด ผงสีที่พ่นเกินสามารถเก็บกลับมาใช้ใหม่ได้

  • ทนแดด ทนฝน เหมาะกับงานภายนอก


ช่วงอยู่กับบ้าน มาฝึกทักษะฟรี!!15 อาชีพ.. เรียนได้เลย ไม่ต้องลงทะเบียน

ข้อจำกัด

  • ❌ ใช้ได้ดีกับ โลหะที่ทนความร้อน (เหล็ก อลูมิเนียม)

  • ❌ แก้ไขงานยาก หากพ่นพลาดต้องลอกสีใหม่

  • ❌ เครื่องมือและเตาอบมีต้นทุนสูง


งานที่นิยมใช้พ่นสีพาวเดอร์

  • โครงเหล็ก ประตู รั้ว เหล็กดัด

  • ล้อรถ จักรยาน มอเตอร์ไซค์ (รวมถึงแนววินเทจที่คุณสนใจ)

  • เฟรมเครื่องจักร ชั้นวางของ

  • เครื่องใช้ไฟฟ้า ตัวถังโลหะต่าง ๆ

Kawasaki KLX 250 รถวิบากสุดอึดที่หน่วยทหารชายแดนเลือกใช้งาน

รถสไตล์แนวออฟโรดลุยๆ ที่มาพร้อมโคมไฟหน้าที่ดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าออกแบบใหม่ให้ดูเข้มขึ้น บังโคลนหน้าเป็นแบบรถวิบาก

ส่วนหลังเป็นแบบ 2 ชิ้น ระบบดิสก์เบรกทั้งหน้าและหลังได้เพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจในการหยุดรถมากยิ่งขึ้น

พร้อมเครื่องยนต์ 1 สูบ ขนาด 249 ซีซี ที่จะพาคุณตะลุยไปในทุกๆสภาพแวดล้อมและสภาพท้องถนน หรือจะเป็นในเมือง

จอห์น อิสรัมย์ นักแข่งโมโตครอสอารมณ์ดี แชมป์รถโมโตครอสคนแรกของประเทศไทย

จอห์น อิสรัมย์ แชมป์รถจักรยานยนต์โมโตครอสคนแรกของประเทศไทย

 

เขาได้รับการยกย่องว่ามีจิตใจดี เพราะเคยนำรายได้จากการแสดงโชว์และการแข่งไป บริจาคให้กับเด็กยากไร้ ซึ่งทำให้ผู้คนเรียกเขาว่าเป็นคนมี “ใจพระ”

  จอห์น อิสรัมย์ นักแข่งรถจักรยานยนต์ผาดโผน อดีตแชมเปียนรถจักรยานยนต์โมโตครอสคนแรกของประเทศไทย ในปีแรกที่มีการจัดการแข่งขัน เมื่อ พ.ศ. 2520 และได้ร่วมแข่งขันจักรยานยนต์วิบากทั้งในประเทศและแถบเอเชีย.. ประวัติ จอห์น อิสรัมย์ เกิดที่จังหวัดอุดรธานี เริ่มต้นเข้าสู่วงการแข่งรถผาดโผนตั้งแต่อายุ 17-18 ปี มีชื่อเสียงจากการได้ตำแหน่งแชมเปียนรถจักรยานยนต์โมโตครอสคนแรกของประเทศไทย ช่วง พ.ศ. 2520ในสังกัดซูซูกิ และ ย้ายเข้าร่วมทีม ยามาฮ่า ในปี 2521 ได้แสดงภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2523 รับบทนำคู่กับอำภา ภูษิต ในเรื่อง แข่งรัก แข่งรถ กำกับโดยสมเดช สันติประชา ขณะกำลังมีชื่อเสียงเคยถ่ายภาพยนตร์โฆษณาน้ำมันเครื่องคาสตรอล แสดงผาดโผนขี่จักรยานลุยไฟออกรายการโทรทัศน์ ตามไปดู ทางช่อง 9 และออกผลงานเพลง ชื่อชุด “บิดสุดขีด” กับค่ายนิธิทัศน์ .. หลังจากเลิกอาชีพขับรถแข่ง ได้จัดการแสดงโชว์ เปิดร้านนำเข้า จำหน่ายและให้เช่ารถจักรยานยนต์วิบาก และเปิดสอนขับขี่รถจักรยานยนต์ผาดโผน พร้อมกับรับงานแสดงตัวประกอบภาพยนตร์ เช่นเรื่อง คนเลี้ยงช้าง ของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และภาพยนตร์ไดเร็กทูวิดีโอ ผลงานหนึ่งที่เป็นที่รู้จัก คือภาพยนตร์ใต้ดินเรื่อง “สร้อยสนิม” [note 1] และยังเคยเล่นภาพยนตร์ฮ่องกงร่วมกับเจิ้ง อี้เจี้ยน (นักแสดงนำของภาพยนตร์เรื่องฟงอวิ๋น) โดยประลองความเร็วมอเตอร์ไซค์ของตนที่เมืองพัทยาในภาพยนตร์เรื่อง เร็วทะลุนรก (烈火戰車2極速傳說; The Legend of Speed) ในปี พ.ศ. 2542 กำกับโดยแอนดริว เลา (ผู้กำกับ สองคนสองคม) ผลงานแสดงล่าสุดคือเรื่อง บางระจัน 2 ของธนิตย์ จิตนุกูล รับบทเป็นเนเมียวสีหบดี แม่ทัพพม่า และได้รับคัดเลือกให้รับบท “คะหยิ่น” หัวหน้ากะเหรี่ยงในโครงการสร้างภาพยนตร์ เพชรพระอุมา ของหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล  

ภูมิใจในตัวพ่อที่มากกว่าความดังคือความดี..เพราะอำนาจบารมีที่มาจากสิ่งอื่น จะตายไปพร้อมตัว คนก็จะลืมเลือน… แต่หากมีความดี แม้ตัวตายเป็นสิบปีคนก็ยังกล่าวถึงพูดถึง ยังชื่นชอบชื้นชม….. แบบนี้สินะคะ ที่เรียกว่า ความดีคือความคงทน พ่อคนรู้จักมากมีคนรักมากเป็นความดีในด้านบวก..จึงส่งผลมาถึงลูก ไม่ดับไปพร้อมตัว และ ไม่ว่าจะไปไหนคนก็ยังพูดถึงแต่เรื่องราวดีๆของพ่อ ตั้งแต่จำความได้~จนถึงตอนนี้…ขอบคุณนะคะ… ขอบคุณเฟซบุ๊ค John Isaram-จอห์น อิสรัมย์ แชมป์โมโตครอสคนแรกของเมืองไทย

การเสียชีวิต จอห์น อิสรัมย์มีอาการโรคหัวใจกำเริบ หลังจากเดินทางกลับจากถ่ายทำฉากแอ็คชั่นในภาพยนตร์เรื่องบางระจัน 2 ที่จังหวัดสระบุรี เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ขณะนำส่งโรงพยาบาลแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากอาการกล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน ญาตินำศพไปประกอบพิธีทางศาสนา และฝังที่สุเหร่าหนองมะนาว ตำบลท่าบุญมี อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ผลงานภาพยนตร์ แข่งรถแข่งรัก (2523) นักสืบฮาร์ด (2525) ลูกสาวกำนัน ภาค 2 (2526) มือปืน (2526) เสือล่าสิงห์ (2527) เหนือฟ้ายังมีเซียน (2529) ล่าด่วนนรก (2529) คนเลี้ยงช้าง (2533) เร็วทะลุนรก (2542) สนิมสร้อย (2546) บางระจัน 2 (2553) ผลงานละคร สืบลับรหัสรัก (2550) ช่อง 3 △ร้องเพลงก็เก่งนะเนี่ย
รวม Yamaha DT125 mono สวย (10/11/65)
https://www.pohchae.com/2023/01/03/john-isram-motocross-champion จอห์น อิสรัมย์ แชมป์รถจักรยานยนต์โมโตครอสคนแรกของประเทศไทย #จอห์น #อิสรัมย์ #แชมป์รถจักรยานยนต์ #โมโตครอส แหล่งอ้างอิง https://www.google.com/..%99%E0%B8%AB%E0%B9.. https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%.. หัวใจวายคร่าจอห์นนักบิดดัง เดลินิวส์, 21 พฤศจิกายน 2552 ใจวายคร่าชีวิต จอห์น อิสรัมย์ สิ้นตำนาน นักขี่จยย. ผาดโผน.. http://www.thaifilmdb.com/th/pp02399 ปิดตำนาน “บิดสุดขีด” ปิดตำนานนักบิดผาดโผนหนึ่งเดียว.. เพชรพระอุมา (Update 2) “จอห์น อิสรัมย์”นักแข่งชื่อดังดับ เดลินิวส์, 20 พฤศจิกายน…  

มาดูวิธีเอาภาพตัวเราและรถคู่ใจ ไว้ในภาพสวยๆ สร้างได้ง่ายมากด้วย ฟรี! เอไอ

AI มาดูวิธีเอาภาพตัวเราและรถคู่ใจ ไว้ในภาพสวยๆ สร้างได้ง่ายๆด้วย ฟรี! เอไอ(Artificial Intelligence)

วิธีทำ 1.เตรียมภาพไว้2ภาพ คือภาพตัวเราเองกับรถ และภาพสถานที่ ที่เราต้องการให้ตัวเราไปซ้อนทับอยู่ 2.เข้าที่ https://gemini.google.com 3.คลิกที่เครื่องหมาย + (ศรเหลือง) แล้วคลิ๊กเลือกภาพของเราที่เตรียมไว้แล้วทั้ง 2 ภาพ(ศรแดง)   4.แล้วพิมพ์ว่า ช่วยสร้างภาพคนกำลังขี่รถจอดอยู่ที่ระเบียง 5.ได้ภาพมาแล้ว ง่ายไหมครับ.. สำหรับตอนต่อไปเราจะให้ภาพนี้กลายเป็นวีดีโอเคลื่อนไหว ตามใจเรา.. กรุณาติดตามกันนะครับ ..หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่เพื่อนสมาชิกนะครับ ..ทำแล้วอยากโชว์ผลงาน หรือต้องการพูดคุยแนะนำสิ่งดีๆให้กัน มาสนทนากับผมได้อีกทางที่นี่นะครับ FB: Anuchit Suwanarat                                                   https://web.facebook.com/anuchit.suwanarat   ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ❤
แจกPrompt : รถจอดอยู่ในจานขนมจีน มีไข่เจียวหุ้มอยู่
 

เมื่อทหารจับ Piaggio Vespa 150 TAP มาติดปืนบาซูก้าต่อต้านรถถัง

“Bazooka Vespa” (ชื่อเล่นของ Vespa 150 TAP) — มอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์เวสป้าเวอร์ชันพิเศษแบบทหารในอดีต 👇

🚀 ภาพรวม

Bazooka Vespa เป็นชื่อเล่นที่คนเรียกกันสำหรับรุ่นจริงชื่อว่า Piaggio Vespa 150 TAP ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ Vespa ที่ดัดแปลงเพื่อใช้ในงานทหารโดยกองทัพฝรั่งเศสช่วงปี 1950s โดยเฉพาะสำหรับทหารร่ม (troupes aéroportées หรือ TAP) ที่ต้องการยานพาหนะเบาและคล่องตัวสำหรับภารกิจแนวหน้าในสนามรบ เช่น สงครามอินโดจีนและสงครามแอลจีเรีย caraktere.com+1

🛵 จุดเด่น / คุณสมบัติหลัก

  • พื้นฐาน: พัฒนาจาก Vespa 150 รุ่นพลเรือน ซึ่งเป็นสกู๊ตเตอร์ยอดนิยมของ Piaggio Wikipedia
  • ชื่อ TAP: ย่อมาจาก Troupes Aéroportées (ทหารร่ม / กองกำลังพาราไทรูเปอร์) caraktere.com
  • อาวุธ: ติดตั้งปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 75 มม. แบบ M20 Recoilless Rifle ที่โดดเด่นยื่นยาวผ่านแผงกันลมด้านหน้า ซึ่งคนรุ่นหลังจึงเรียกว่า “bazooka” แม้จริงแล้วจะเป็นปืนไร้แรงสะท้อนไม่เหมือนบาซูก้าจรวดทั่วไป RANDOM Times •
  • บทบาท: ถูกออกแบบเพื่อให้ทหารสามารถ ขนส่งปืนต่อต้านรถถัง ไปยังตำแหน่งรบอย่างรวดเร็ว โดยใช้สกู๊ตเตอร์คล่องตัวแทนยานพาหนะหนัก caraktere.com

⚙️ สเปคคร่าว ๆ

  • เครื่องยนต์: ประมาณ 145–150 ซีซี (สกู๊ตเตอร์ขนาดเล็ก) Wikipedia
  • กำลัง/ความเร็ว: สูงสุดประมาณ 60–66 กม./ชม. (ขึ้นกับสภาพและน้ำหนักบรรทุก) caraktere.com
  • หน้าที่อาวุธ: ปืน M20 ใช้หัวกระสุนชนิด HEAT (สามารถเจาะเกราะได้หลายระดับ) Autospinn.com
  • จำนวนที่ผลิต: ประมาณ 600 คัน ระหว่างปี 1956–1959 Wikipedia
  • ยุทธภัณฑ์ที่มาพร้อม: มักมาพร้อม jerrycan น้ำมัน และแร็กใส่อุปกรณ์หรือกระสุนเสียบด้านหลัง Wikipedia
  • การใช้งานอาวุธ: แม้ว่าปืนติดกับสกู๊ตเตอร์ แต่จริง ๆ แล้วมัก ต้องถอดมาติดตั้งบนขาตั้ง tripod ก่อนยิง มากกว่าใช้ยิงขณะเคลื่อนที่ Wikipedia

🪂 การใช้งานในสนามรบ

  • Bazooka Vespa ถูกออกแบบมาให้สามารถ ปล่อยลงจากเครื่องบินพร้อมร่มชูชีพ เพื่อให้ทหารร่มสามารถบินลงไปพร้อมสกู๊ตเตอร์ได้อย่างรวดเร็ว ในยุทธวิธี airdrop caraktere.com
  • ใช้จริงในสงครามแอลจีเรียมากกว่าในสงครามอินโดจีน แม้มันจะมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิดสำหรับสงครามอินโดจีนก็ตาม caraktere.com

🧠 ความน่าสนใจ

  • แม้จะดูแปลกและไม่ใช่ยานเกราะแบบหนัก แต่ด้วยความคล่องตัวและราคาถูกสำหรับยุคนั้น มันเป็นหนึ่งในแนวคิดที่แปลกแต่มีประโยชน์สำหรับงานเฉพาะทางในสนามรบ Wikipedia
  • ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ยานยนต์ทหารว่าเป็นหนึ่งใน “สกู๊ตเตอร์ติดอาวุธ” ที่โดดเด่นที่สุดในยุคสงครามหลัง WWII caraktere.com

คำคม ประทับใจ 25ข้อ รถวิบากวินเทจ

วิบากวินเทจเก่า ๆ แต่ความสุขใหม่ทุกครั้งที่ขี่

เสียงเครื่องดังแผ่ว ๆ แต่ทำหัวใจเต้นแรงเสมอ

ถนนขรุขระ…แต่หัวใจเรียบลื่นเมื่อได้ขี่

ไม่ต้องเร็วที่สุด แค่ได้ขี่ก็มีความหมาย

วิบากเก่า.. แต่ความฝันใหม่เสมอ

ล้อหมุนเมื่อไหร่ ความสุขก็เริ่มขึ้นเมื่อนั้น

รถวินเทจ…ยิ่งเก่า ยิ่งเล่าเรื่องราวที่ผ่านมา

ขี่เพื่อหายใจ ไม่ใช่เพื่อรีบไปถึง

วิบากหนึ่งคัน เติมเต็มหัวใจทั้งวัน

ความสุขของฉัน…คือถนนลูกรังและสองล้อคู่ใจ

รถเก่าแต่ใจใหม่ พร้อมลุยทุกเส้นทาง

ขี่ช้า ๆ แต่มีความสุขแบบเร็วจี๋ในใจ

วิบากวินเทจ…ความสุขที่ไม่ต้องอธิบาย

ไม่ต้องทางเรียบ ขอทางฝุ่นก็พอแล้ว

ชีวิตดีขึ้นเสมอ เมื่อเสียงเครื่องสตาร์ตดังขึ้น

ทางฝุ่นคือทางเลือก ทางใจคือความสุข

ขี่ไปเรื่อย ๆ ให้ลมพาความทุกทิ้งไป

รถเก่าพาใจหนุ่มกลับมาอีกครั้ง

อยู่กับรถคันนี้ไม่เคยเหงา เพราะมีรอยยิ้มตลอดทาง

ความสุขง่าย ๆ แค่จับแฮนด์แล้วออกตัว

วินเทจไม่ใช่แค่สไตล์ แต่มันคือความรู้สึก

ขี่ให้สุด แล้วความสุขจะล้น

คนอื่นมองว่าเก่า…แต่ฉันมองว่าใช่

ชีวิตไม่ต้องรีบ ถ้าหัวใจยังเต้นตามจังหวะเครื่อง

เพียงได้ขี่…ก็เหมือนได้เติมพลังให้ชีวิตทั้งวัน