ขอบคุณข้อมูลจาก FB: รอบรู้โซล่าเซลล์-รถไฟฟ้า
ชื่อเต็มๆคือ ลิเธียมไออนฟอสเฟต(LiFePO4) จ่ายกระแสได้แรงกว่าและลึกกว่า(เหลือแค่ 10%) แล้วยังชาร์ทได้อีกหลายรอบ พัฒนามาจากลิเธียมไอออน ซึ่งจะเพิ่ม PO4 หรือฟอสเฟตเข้าไป ถือเป็นเทคโนโลยีการกักเก็บพลังงานที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบันสำหรับงานระบบโซล่าเซลล์, รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบสำรองไฟ (UPS) เนื่องจากมีความสมดุลระหว่างความปลอดภัย อายุการใช้งาน และต้นทุน ..
1. โครงสร้างทางเคมีและคุณสมบัติเด่น
LiFePO4 คือหนึ่งในตระกูลลิเธียมไอออนที่ใช้ Lithium Iron Phosphate เป็นขั้วแคโทด (Cathode) ซึ่งมีโครงสร้างผลึกแบบ Olivine โครงสร้างนี้มีความแข็งแรงเชิงโมเลกุลสูงมาก
- Thermal Stability: ทนความร้อนได้สูงถึง 270C ก่อนจะเริ่มเกิดปฏิกิริยาคายความร้อน (Thermal Runaway) ในขณะที่ตระกูล NMC จะเริ่มที่ประมาณ 210Cทำให้โอกาสเกิดไฟไหม้หรือการระเบิดต่ำมาก
- Voltage Platform: มีแรงดันไฟฟ้าคงที่มาก (Flat Discharge Curve) โดยแรงดันเสนอตัว (Nominal Voltage) อยู่ที่ 3.2V ต่อเซลล์ และจะคงระดับนี้ไปจนเกือบหมดประจุ
2. ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคที่ควรทราบ (Technical Specifications)

สำหรับการออกแบบระบบระดับมืออาชีพ ต้องคำนึงถึงค่าพารามิเตอร์เหล่านี้:
- Cycle Life: รองรับการชาร์จ/ดิสชาร์จได้มากกว่า 3,000 – 6,000 รอบ (ที่ DoD 80%) หากเปรียบเทียบกับแบตเตอรี่ตะกั่วกรดที่ทำได้เพียง 300 – 500 รอบ
- Energy Density: ประมาณ 90-160 Wh/kg แม้จะน้อยกว่าแบบ NMC แต่แลกมาด้วยความคุ้มค่าในระยะยาว
- Operating Voltage:
- จุดชาร์จเต็ม (Full Charge): 3.60V – 3.65V
- จุดแรงดันใช้งาน (Nominal): 3.2V
- จุดที่ควรหยุดจ่ายไฟ (Cut-off): 2.5V

3. ระบบการจัดการแบตเตอรี่ (BMS: Battery Management System)
หัวใจสำคัญของ LiFePO4 คือ BMS ซึ่งจำเป็นต้องมีเพื่อทำหน้าที่ดังนี้:
- Cell Balancing: ปรับแรงดันแต่ละเซลล์ให้เท่ากัน เนื่องจากหากมีเซลล์ใดเซลล์หนึ่งแรงดันโดดสูงหรือต่ำเกินไป จะทำให้ระบบหยุดทำงานทันที
- Protection: ป้องกันการชาร์จเกิน (Overcharge), การดิสชาร์จลึกเกินไป (Over-discharge) และการลัดวงจร
- Temperature Control: ตัดการทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงเกินกำหนด

4. ข้อดีและข้อจำกัดในมุมมองวิศวกรรม
| ข้อดี | ข้อจำกัด |
| อายุการใช้งานยาวนาน: ใช้งานได้ 10 ปีขึ้นไป | น้ำหนัก: หนักกว่าแบบ NMC ในความจุที่เท่ากัน |
| ความปลอดภัยสูง: ไม่ลุกไหม้เองได้ง่าย | ความหนาแน่นพลังงานต่ำกว่า: ไม่เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องการความเบาจิ๋ว |
| เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: ไม่มีส่วนผสมของโคบอลต์ (Cobalt) | แรงดันตกเร็วตอนใกล้หมด: ต้องมีระบบวัดระดับไฟ (SoC) ที่แม่นยำ |
