
หากพี่ๆน้องๆท่านใดพอมี ประวัติ ของน้าๆนักแข่งรถโมโตครอส กรุณาส่งมาได้ที่ผม https://web.facebook.com/anuchit.suwanarat หรือในคอมเม้นท์ https://pantip.com/topic/43932312 หรือที่ ชมรมคนรักรถวิบากวินเทจไทยแลนด์ ก็ได้ครับ .. ด้วยความขอบพระคุณล่วงหน้าครับ.
เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตยุคเก่ารู้จักกันดีในฉายา “น้าเครา” คือหนึ่งในตำนานนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์วิบาก (โมโตครอส) ระดับแนวหน้าของประเทศไทยในช่วงยุคทอง (ปี 70s – 80s) ซึ่งเป็นยุคที่การแข่งขันโมโตครอสได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย..
เส้นทางในวงการโมโตครอส
- สังกัดทีม: ท่านเป็นนักแข่งสังกัด ทีมยามาฮ่า (Yamaha) ซึ่งในยุคนั้นยามาฮ่าถือเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่มีนักแข่งฝีมือฉกาจมากมาย
- เพื่อนร่วมรุ่น: ท่านเติบโตและสร้างชื่อเสียงมาพร้อมกับยอดนักบิดระดับตำนานอย่าง อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล ซึ่งทั้งสามคนถือเป็น “บิ๊กทรี” ของวงการรถวิบากในยุคนั้นที่แฟนความเร็วต้องรู้จัก
- รถคู่ใจ: หนึ่งในรถแข่งที่เป็นสัญลักษณ์ของท่านคือ Yamaha YZ125 (โดยเฉพาะโมเดลปี 1978 ที่สร้างชื่อเสียงอย่างมาก) ซึ่งเป็นรถที่โดดเด่นทั้งเรื่องน้ำหนักและพละกำลังในสนามทางฝุ่น
จุดเด่นและสไตล์การขับขี่


- “น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ เป็นนักแข่งที่มีความเก๋าเกมและมีลีลาการขับขี่ที่ดุดัน เป็นที่ชื่นชอบของผู้ชมสนามทางฝุ่นทั่วประเทศ
- ท่านมีบทบาทสำคัญในการสร้างกระแสกีฬารถวิบากให้กลายเป็นกีฬายอดนิยมที่มียอดผู้ชมล้นหลามในทุกสนามที่จัดแข่งขัน
สมัยนั้น นักแข่งรุ่นเดียวกันกับ เฉลิมศักดิ์ทองแย้ม มีแช่มทองคุณเกต, ฉลามอินโสภา, วัชระปัญจมูล, เบิร์ดหนองแขม, อรรณพขำสมบัติ, จอนอิสราม, อดิเรกแซ่ลิ้ม, คริสมาสวิไลโรจน์, ณรงค์อยู่สุข,หมูคาวา,อ๊อด อยู่พิมาย, ..สมัยก่อนใช้รถยามาฮ่าดีที100-125มากที่สุด


รองมา ใช้รถซูซูกิทีเอส100-125ตอนหลังมามีรถแข่งหม้อน้ำมานิยมใช้มากขึ้นรถยามาฮ่าYZ125(ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากคุณ ศรชัย อานิล)
ประวัติการแข่งขันของ คุณเฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม หรือ “น้าเครา” ในวงการโมโตครอสไทยนั้น ท่านถือเป็นตัวหลักของ ทีมโรงงานยามาฮ่า (Yamaha Factory Team) ในช่วงปี พ.ศ. 2520 – 2530 ซึ่งเป็นยุคที่โมโตครอสเฟื่องฟูที่สุดในประเทศไทย
นี่คือรายละเอียดเกี่ยวกับรถแข่งคู่ใจและเกียรติประวัติในยุคนั้น..
1. รุ่นรถแข่งในตำนาน (The Machines)
ในฐานะนักแข่งสังกัดทีมยามาฮ่า ท่านได้ใช้รถตระกูล YZ Series ซึ่งเป็นรถสูตร (Production Racer) ที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยรุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ..
- Yamaha YZ125E (โมเดลปี 1978): นี่คือรถรุ่นที่สร้างชื่อให้ท่านอย่างมาก เป็นรถ 2 จังหวะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแรงและน้ำหนักเบา โดยมีเอกลักษณ์คือถังน้ำมันทรงมนและระบบกันสะเทือนหลังแบบ Monoshock ยุคแรก
- Yamaha YZ125 และ YZ250 (รุ่นต่างๆ ในยุค 80): ท่านขยับไปเล่นในรุ่นความจุที่สูงขึ้นตามลำดับการแข่งขัน รถในยุคนั้นจะเริ่มเปลี่ยนจากระบบระบายความร้อนด้วยอากาศมาเป็น ระบายความร้อนด้วยน้ำ (Liquid Cooled) และมีระบบวาล์วไอเสีย YPVS ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของยามาฮ่าในขณะนั้น

2. ทำเนียบแชมป์และผลงาน (Championship & Legacy)
แม้ในยุคนั้นการบันทึกสถิติอาจไม่ละเอียดเท่าปัจจุบัน แต่ชื่อของ เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ถูกบันทึกไว้ในฐานะ “บิ๊กทรี (Big 3)” แห่งยุคทองของโมโตครอสไทย..
- 3 ยอดฝีมือทีมยามาฮ่า: ท่านเป็น 1 ใน 3 นักแข่งที่เก่งที่สุดของค่ายร่วมกับ อรรณพ ขำสมบัติ และ วัชระ ปัญจมูล (แชมป์ประเทศไทย 8 สมัย) โดยทั้ง 3 คนมักจะผลัดกันครองโพเดียมในรายการใหญ่ระดับประเทศ
- การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Motocross Championship): ท่านเป็นนักแข่งระดับเกรด A ที่คว้าแชมป์สนามและติดอันดับ Top 3 ของประเทศอย่างต่อเนื่องในรุ่น 125cc และรุ่น Open
- สไตล์การขับขี่: ท่านขึ้นชื่อเรื่องการ “บู๊” และ “ใจถึง” ลีลาการกระโดดเนินที่สวยงามและดุดัน ทำให้เป็นขวัญใจแฟนๆ สนามฝุ่นทั่วประเทศ จนได้รับฉายาว่า “น้าเครา” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวจนถึงทุกวันนี้

3. เส้นทางหลังอำลาสนาม
หลังจากยุติบทบาทนักแข่งอาชีพ ท่านไม่ได้ทิ้งวงการไปเสียทีเดียว..

- ครูฝึกและแรงบันดาลใจ: ท่านยังคงให้คำแนะนำแก่รุ่นน้องในวงการ และมักจะปรากฏตัวในงานรวมตัว “รถวิบากคลาสสิก” (Vintage Motocross) เพื่อย้อนรำลึกความหลังกับเพื่อนร่วมรุ่น
- ปัจจุบัน: ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยทำเกษตรกรรมและฟาร์มส่วนตัว แต่ชื่อของท่านยังคงเป็นตำนานที่แฟนรถวิบากรุ่นใหญ่พูดถึงเสมอเวลาที่มีการจัดงานรวมรุ่นหรือรีสโตรถแข่งเก่าครับ
—————
รถแข่งตระกูล Yamaha YZ ในยุคที่ “น้าเครา” เฉลิมศักดิ์ ทองแย้ม ครองสนาม (ช่วงปี 1978 – 1985) ถือเป็นยุคเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งสำคัญของโลกโมโตครอส จากระบบระบายความร้อนด้วยลมสู่หม้อน้ำ และจากโช้คคู่สู่โช้คเดี่ยว
นี่คือรายละเอียดทางเทคนิคของรถที่เป็น “อาวุธ” หลักในยุคนั้น โดยเฉพาะรุ่นยอดนิยมอย่าง YZ125 ครับ:
1. ยุคทองของอากาศและโช้คเดี่ยว: Yamaha YZ125E (1978)
รุ่นนี้คือรถที่สร้างชื่อให้น้าเคราอย่างมาก และเป็นรุ่นที่นักสะสมรถวิบากวินเทจถวิลหาที่สุด
- เครื่องยนต์: 2 จังหวะ สูบเดียว ขนาด 123cc ระบายความร้อนด้วยอากาศ
- ระบบไอดี: Reed Valve (รีดวาล์ว 7 พอร์ต) ซึ่งช่วยให้การตอบสนองคันเร่งฉับไว
- กำลัง: ให้แรงม้าประมาณ 28-30 แรงม้า (ถือว่าสูงมากในยุคนั้นเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว)
- ระบบเกียร์: 6 สปีด แบบ Close Ratio (อัตราทดชิด) เพื่อให้รถอยู่ในย่านกำลังสูงสุดตลอดเวลา
- เฟรม: ทำจากเหล็กโครโมลี (Chrome-moly) น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงกว่าเหล็กทั่วไป
- จุดเด่นเทคโนโลยี: * Monocross Suspension: เป็นยุคแรกๆ ที่ใช้โช้คหลังตัวเดียววางนอนอยู่ใต้ถังน้ำมันยาวไปถึงใต้เบาะ (เรียกว่าโช้คกระบอกยาว) ซึ่งให้ระยะยุบตัวที่มากกว่าโช้คคู่เดิมๆ อย่างมหาศาล
- น้ำหนัก: เบาเพียงประมาณ 86 กิโลกรัม (Dry Weight) ทำให้คล่องตัวมากในการบินข้ามเนิน

2. ยุคปฏิวัติเทคโนโลยี: Yamaha YZ125 (ช่วงปี 1981 – 1985)
ในช่วงต้นยุค 80s ยามาฮ่าได้ใส่นวัตกรรมที่กลายเป็นมาตรฐานของรถวิบากจนถึงปัจจุบัน:

- Liquid Cooled (ระบบหม้อน้ำ): เริ่มนำมาใช้ใน YZ125 ตัวแข่งในปี 1981 ช่วยให้เครื่องยนต์รักษาพละกำลังได้คงที่ตลอดการแข่งขันที่ยาวนาน ไม่เกิดอาการ “เครื่องล้า” จากความร้อน
- YPVS (Yamaha Power Valve System): ถือเป็นไม้ตายของยามาฮ่า เป็นวาล์วที่ช่องไอเสียซึ่งควบคุมด้วยกลไก (ต่อมาเป็นไฟฟ้า) เพื่อปรับขนาดช่องไอเสียตามรอบเครื่องยนต์
- ผลลัพธ์: ทำให้รถมีแรงบิดดีในรอบต่ำ และมีพลัง “เดินลึก” ในรอบสูง แตกต่างจากรถ 2 จังหวะยุคเก่าที่จะแรงแค่รอบปลายอย่างเดียว
- ระบบเบรก: เริ่มเปลี่ยนจาก ดรัมเบรก (Drum Brake) มาเป็น ดิสก์เบรกหน้า ในปี 1985 ซึ่งช่วยให้การเข้าโค้งลึกๆ และการชะลอรถทำได้แม่นยำขึ้นมาก
3. เอกลักษณ์ประจำตัว: “โช้คเข็มทอง” และ “คาร์บูฯ แฟลตสไลด์”
นักแข่งระดับตำนานอย่างน้าเครามักจะมีการเซ็ตติ้งรถที่พิเศษกว่ารถเดิมๆ:
- ระบบช่วงล่าง: ในยุคนั้นนักแข่งทีมโรงงานจะใช้โช้คอัพ Kayaba (KYB) หรือ Ohlins ที่มีการปรับจูนวาล์วภายในเป็นพิเศษ (บ้านเรามักเรียกการปรับแต่งช่วงล่างเทพๆ ว่าการทำ “โช้คเข็ม”)
- คาร์บูเรเตอร์: มักเปลี่ยนไปใช้ Mikuni หรือ Keihin ปากกว้างพิเศษ เพื่อการจ่ายน้ำมันที่รุนแรงขึ้น
ตารางสรุปเปรียบเทียบ (โดยประมาณ)
| คุณลักษณะ | YZ125E (1978) | YZ125 (1985) |
| การระบายความร้อน | อากาศ (Air Cooled) | น้ำ (Liquid Cooled) |
| ระบบพาวเวอร์วาล์ว | ไม่มี | มี (YPVS) |
| ระบบเบรก (หน้า/หลัง) | ดรัม / ดรัม | ดิสก์ / ดรัม |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | Monocross (วางนอนใต้ถัง) | Monocross (Linkage type) |
| น้ำหนักตัวรถ | ~86 กก. | ~88-90 กก. |
รถเหล่านี้ในปัจจุบันกลายเป็น “สมบัติล้ำค่า” ในวงการ Vintage Motocross ซึ่งราคาสะสมในสภาพสมบูรณ์พร้อมแข่งอาจพุ่งสูงไปถึงหลักแสนบาทเลยทีเดียว.

ขอขอบคุณ..
https://www.youtube.com/watch?v=jEwrc1gRPLU